ท่ามกลางความสำเร็จระดับโลกของศิลปิน BTS, BLACKPINK และ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง HYBE, SM, YG และ JYP รัฐบาลเกาหลีใต้กลับกำลังหันความสนใจไปยังผู้เล่นรายเล็ก
.
กลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ร่วมกับ Korea Creative Content Agency (KOCCA) ประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้โครงการ ‘Global Leap Forward Support’ เพื่อสนับสนุนค่ายเพลงขนาดเล็กและกลางให้สามารถขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้
.
ค่ายที่ได้รับคัดเลือกในรุ่นแรกจำนวน 10 ราย จะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดปีละ 300 ล้านวอน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 ปี เพื่อนำไปใช้ในการทำตลาดต่างประเทศ ผลิตมิวสิกวิดีโอ และจัดทัวร์คอนเสิร์ตในต่างแดน
.
เหตุผลสำคัญของรัฐบาลเกาหลีใต้คือ ต้องการลดความเหลื่อมล้ำภายในอุตสาหกรรม K-Pop หลังข้อมูลชี้ว่าในปี 2023 ค่ายเพลง Big Four มีงบลงทุนด้านการผลิตเฉลี่ยสูงกว่าค่ายขนาดเล็กเกือบ 30 เท่า และมีโอกาสออกทัวร์ต่างประเทศมากกว่าถึง 20 เท่า
"หาก K-Pop จะเติบโตอย่างยั่งยืน ค่ายเพลงขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรม จะต้องสามารถเติบโตได้ด้วย" Choi Sung-hee ผู้อำนวยการสำนักอุตสาหกรรมคอนเทนต์และสื่อของกระทรวงวัฒนธรรมฯ กล่าว
.
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้ไม่ได้กำลังมองหาเพียง BTS หรือ BLACKPINK วงต่อไป แต่กำลังพยายามสร้างระบบนิเวศที่จะทำให้ศิลปินรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการรายเล็กสามารถแจ้งเกิดได้อย่างต่อเนื่อง
.
ในความเป็นจริง เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะโปรเจกต์พิเศษอะไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวที่รัฐบาลเกาหลีใต้วางรากฐานมาตั้งแต่ปี 1990
.
หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียในปี 1997 เกาหลีใต้ตระหนักว่า ประเทศไม่อาจพึ่งพาอุตสาหกรรมหนัก หรือการผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป รัฐบาลจึงหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยมองว่า เพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และแฟชั่น สามารถเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกับรถยนต์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
.
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี รัฐบาลเกาหลีใต้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา เทคโนโลยี เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนการส่งออกคอนเทนต์ผ่านหน่วยงานอย่าง KOCCA จนเกิดปรากฏการณ์ Korean Wave ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก
.
ความสำเร็จของ BTS, BLACKPINK หรือ Squid Game จึงไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของนโยบายที่มอง Soft Power ในฐานะยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติ
.
และเมื่อ K-Pop เติบโตจนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รัฐบาลก็ไม่ได้หยุดอยู่กับการฉลองความสำเร็จ แต่หันกลับมาสร้างความยั่งยืนให้กับระบบ ด้วยการช่วยให้ค่ายเพลงขนาดเล็ก มีโอกาสเข้าถึงตลาดโลกมากขึ้น
.
กรณีศึกษาของเกาหลีใต้เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับประเทศไทย เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเริ่มพูดถึง Soft Power มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย ภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือ T-Pop แต่บทเรียนสำคัญจากเกาหลีใต้คือ Soft Power ไม่ได้เกิดจากการมีศิลปินดังเพียงไม่กี่คน หรือความสำเร็จของผลงานบางชิ้นที่ได้รับความนิยมเป็นครั้งคราว
.
สิ่งที่ทำให้เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จ คือการสร้าง "ระบบนิเวศ" ที่ช่วยให้ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้
.
หากรัฐบาลไทยต้องการใช้ดนตรีเป็น Soft Power อย่างจริงจัง บทเรียนจากเกาหลีใต้อาจไม่ได้อยู่ที่การสร้าง ‘BTS เวอร์ชันไทย’ แต่อยู่ที่การสร้างโอกาสให้ค่ายเพลงอิสระ ศิลปินรุ่นใหม่ โปรดิวเซอร์ ผู้จัดคอนเสิร์ต และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรี สามารถเข้าถึงเงินทุน การตลาด และตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
.
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Soft Power ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คน แต่เกิดจากระบบที่สามารถผลิตซูเปอร์สตาร์รุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
.
.
IFPI Thailand ดูแลครบเครื่อง เรื่องลิขสิทธิ์เพลง
หากคุณต้องการที่ปรึกษา ผู้ดูแล และเรียนรู้เรื่องกฎหมายการใช้ผลงานเพลงของศิลปินคุณภาพ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือเชิงพาณิชย์ ได้อย่างถูกต้อง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
.
.

CONTACT US

สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย
17 ซอยทองหล่อ 23 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

E-mail : panuwat@teca.co.th
Tel : +662 203 1002 ต่อ 105
name:
e-mail:
message: